แอพสวดมนต์พร้อมเสียง Thai Pilot Pray
เป็นแอพพลิเคชั่น สวดมนต์พร้อมเสียงสวดนำร่อง บนระบบแอนดรอย์ ช่วยท่านที่อยากฟังเสียงสวด หรืออยากสวด แต่ยังไม่คล่องได้สวดตามเสี ยงนำร่องได้โดยสะดวก
Thai Pilot Pray อีกหนึ่งแอพพลิเคชั่น บทสวดมนต์พร้อมเสียงนำร่อง สำหรับอุปกรณ์พกพา เช่น โทรศัพท์ หรือ Tablet ผู้พัฒนามีความตั้งใจทำขึ้นให้ใช้งานง่าย และได้คุณประโยชน์ครบตามสมควร
- ควบคุมความเร็วของบทสวดมนต์ ในระหว่างสวด เพื่อให้พอเหมาะกับเสียงสวดนำร่องได้ ด้วยปุ่มหน้าจอ หรือใช้นิ้วสัมผัสเลื่อนขึ้นลงได้ตามความสะดวก
- เปิด/ปิด เสียงนำร่องในขณะสวดมนต์
- บทสวดมนต์เบื้องต้นที่จัดเตรียมมีไว้ให้ 8 บท
ผู้พัฒนาจัดทำขึ้นฟรีเป็ นธรรมทาน และต้องการคำแนะนำติชมเพื่อปรั บปรุงแอพพลิเคชั่นให้ตอบสนอง และเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้มากที่ สุด
Thai Pilot Pray อีกหนึ่งแอพพลิเคชั่น บทสวดมนต์พร้อมเสียงนำร่อง สำหรับอุปกรณ์พกพา เช่น โทรศัพท์ หรือ Tablet ผู้พัฒนามีความตั้งใจทำขึ้นให้ใช้งานง่าย และได้คุณประโยชน์ครบตามสมควร
- ควบคุมความเร็วของบทสวดมนต์ ในระหว่างสวด เพื่อให้พอเหมาะกับเสียงสวดนำร่องได้ ด้วยปุ่มหน้าจอ หรือใช้นิ้วสัมผัสเลื่อนขึ้นลงได้ตามความสะดวก
- เปิด/ปิด เสียงนำร่องในขณะสวดมนต์
- บทสวดมนต์เบื้องต้นที่จัดเตรียมมีไว้ให้ 8 บท
ผู้พัฒนาจัดทำขึ้นฟรีเป็
หากท่าต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือติดตั้งอแพพลิเคชั่นสวดมนต์พร้อมเสียงนี้สามารถเยี่ยมชมได้ที่ https://play.google.com/store/apps/details?id=com.pilotpol.thaipilotpray
สวดมนต์เน็ทเวิร์ค ดอทคอม : รวมบทสวดมนต์จากหนังสือมนต์พิธี มีบทสวดมนต์และเสียงสวดมนต์ให้เลือกรับฟังมากมาย สามารถดาวน์โหลดเสียงสวดมนต์เก็บไว้รับฟังได้ด้วย
ฟังเสียงสวดมนต์ ดูบทสวดมนต์ ดาวน์โหลดเสียงสวดมนต์ รวมบทสวดมนต์ที่สำคัญต่างๆ สำหรับชาวพุทธ
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
๐๗.ถวายพรพระ
|
|
|
|
|
|
|
๑๒.พระมาลัยสูตร
|
|
|
|
|
|
|
|
|
๑๗.มหาสมัยสูตร
|
|
|
|
|
๒๐.สวดภาณยักษ์
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
๓๒.ชะยะปะริตตัง
|
|
|
|
|
|
|
|
|
คาถาหว่านทราย
อิมัสมิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะ
สะหัสสานิ พุทธะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ
อิมัสมิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะ
สะหัสสานิ ธัมมะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ
อิมัสมิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะ
สะหัสสานิ ปัจเจกะพุทธะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ
อิมัสมิง ราชะเสมานา เขตเต สะมันตา สะตะโยชะนะสะตะ
สะหัสสานิ สังฆะ ชาละปะริกเขตเต รักขันตุ สุรักขันตุ ฯ
คาถาหว่านทรายนี้ ใช้สวดไล่ภูตผีปีศาจร้ายต่าง ๆ ถ้าสวดเป็นประจำทำให้เทวดารักษา
อยู่ก็เป็นสุข ไปก็เป็นสุข และเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ
ฟังเสียงสวดมนต์ ดูบทสวดมนต์ ดาวน์โหลดเสียงสวดมนต์ mp3 บทสวดมนต์พิธีสำหรับชาวพุทธ
พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ แปลไทย
ฉบับวัดสังฆทาน
กุสะลา ธัมมา, พระธรรมทั้งหลายที่เป็นกุศล, ให้ผลเป็นความสุข
อะกุสะลา ธัมมา, ธรรมทั้งหลายที่เป็นอกุศล, ให้ผลเป็นความทุกข์,
อัพ๎ยากะตา ธัมมา, ธรรมทั้งหลายที่เป็นอัพยากฤต, เป็นจิตกลาง ๆ อยู่,
กะตะเม ธัมมา กุสะลา, ธรรมเหล่าใดเป็นกุศล
ยัส๎ะมิง สะมะเย, ในสมัยใด,
กามาวะจะรัง กุสะลัง จิตตัง อุปปันนัง โหติโสมะนัสสะสะหะคะตัง ญาณะสัมปะยุตตัง, กามาวจรกุศลจิตที่ร่วมด้วยโสมนัส, คือความยินดี, ประกอบด้วยญาน คือ ปัญญาเกิดขึ้น ปรารภอารมณ์ใด ๆ,
รูปารัมมะนัง วา, จะเป็นรูปารมณ์, คือยินดีในรูปเป็นอารมณ์ก็ดี,
สัททารัมมะนัง วา, จะเป็นสัททารมณ์, คือยินดีในเสียงเป็นอารมณ์ก็ดี,
คันธารัมมะนัง วา, จะเป็นคันธารมณ์, คือยินดีในกลิ่นเป็นอารมณ์ก็ดี,
ระสารัมมะนัง วา, จะเป็นรสารมณ์, คือยินดีในรสเป็นอารมณ์ก็ดี,
โผฏฐัพพารัมมะนัง วา, จะเป็นโผฏฐัพพารมณ์, คือยินดีในสิ่งที่กระทบถูกต้องกายเป็นอารมณ์ก็ดี,
ธัมมารัมมะนัง วา ยัง ยัง วา ปะนารัพภะ, จะเป็นธรรมารมณ์, คือยินดีในธรรมเป็นอารมณ์ก็ดี,
ตัส๎ะมิง สะมะเย ผัสโส โหติ, อะวิกเขโป โหติ, เย วา ปะนะ ตัส๎ะมิง สะมะเย, อัญเญปิ อัตถิ ปะฏิจจะสะมุปปันนา อะรูปิโน ธัมมา, ในสมัยนั้นผัสสะและความไม่ฟุ้งซ่านย่อมมี, อีกอย่างหนึ่ง ในสมัยนั้น ธรรมเหล่าใด, แม้อื่นมีอยู่เป็นธรรมที่ไม่มีรูป, อาศัยกันและกันเกิดขึ้น,
อิเม ธัมมา กุสะลา, ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล, ให้ผลเป็นความสุข
ปัญจักขันธา, ขันธ์ห้าคือส่วนประกอบหน้าอย่างที่รวมเข้าเป็นชีวิต ได้แก่,
รูปักขันโธ, รูปขันธ์คือส่วนที่เป็นรูปภายนอกและภายในคือร่างกายนี้, ประกอบด้วยธาตุ ๔,
เวทะนากขันโธ, เวทนาขันธ์คือความรู้สึกเสวยอารมณ์ ที่เป็นสุข เป็นทุกข์ หรือเฉย ๆ,
สัญญากขันโธ, สัญญาขันธ์คือความจำได้หมายรู้ในอารมณ์ ๖,
สังขารักขันโธ, สังขารขันธ์คือความคิดที่ปรุงแต่งจิตให้ดีหรือชั่วหรือเป็นกลาง ๆ,
วิญญาณักขันโธ, วิญญาณขันธ์คือความรู้แจ้งในอารมณ์ ทางอายตนะทั้ง ๖,
ตัตถะ กะตะโม รูปักขันโธ, บรรดาขันธ์ทั้งหมดรูปขันธ์เป็นอย่างไร,
ยังกิญจิ รูปัง, รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง,
อะตีตานาคะตะปัจจุปปันนัง, ที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน,
อัชฌัตตัง วา, ภายในก็ตาม,
พะหิทธา วา, ภายนอกก็ตาม,
โอฬาริกัง วา สุขุมัง วา, หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม
หีนัง วา ปะณีตัง วา, เลวก็ตาม ประณีตก็ตาม
ยัง ทูเร วา สันติเก วา, อยู่ไกลก็ตาม อยู่ใกล้ก็ตาม,
ตะเทกัชฌัง อะภิสัญญูหิต๎วา อะภิสังขิปิต๎วา, ย่นกล่าวร่วมกัน,
อะยัง วุจจะติ รูปักขันโธ, เรียกว่ารูปขันธ์
สังคะโห อะสังคะโห, การสงเคราะห์ การไม่สงเคราะห์ คือ,
สังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง, สิ่งที่ไม่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์แล้ว,
อะสังคะหิเตนะ สังคะหิตัง, สิ่งที่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์ไม่ได้,
สังคะหิเตนะ สังคะหิตัง, สิ่งที่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์ได้,
อะสังคะหิเตนะ อะสังคะหิตัง, สิ่งที่ไม่สงเคราะห์เข้ากับสิ่งที่สงเคราะห์ไม่ได้,
สัมปะโยโค วิปปะโยโค, การอยู่ด้วยกัน การพลัดพรากกัน คือ,
สัมปะยุตเตนะ วิปปะยุตตัง, การพลัดพรากจากสิ่งที่อยู่ด้วยกัน
วิปปะยุตเตนะ สัมปะยุตตัง, การอยู่ร่วมกับสิ่งที่พลัดพรากไป
อะสังคะหิตัง, จัดเป็นสิ่งที่สงเคราะห์ไม่ได้
ฉะปัญญัตติโย, บัญญัติ ๖ ประการ, อันบัณฑิตผู้รู้พึงบัญญัติขึ้น คือ,
ขันธะปัญญัตติ, การบัญญัติธรรมที่เป็นหมวดหมู่กันเรียกว่าขันธ์ มี ๕,
อายะตะนะปัญญัตติ, การบัญญัติธรรมอันเป็นบ่อเกิด (แห่งทุกข์และไม่ทุกข์), เรียกว่าอายตนะ มี ๑๒,
ธาตุปัญญัตติ, การบัญญัติธรรมที่ทรงตัวอยู่เรียกว่าธาตุ มี ๑๘,
สัจจะปัญญัตติ, การบัญญัติธรรมที่เป็นของจริงเรียกว่าสัจจะ มี ๔, คือ อริยสัจจ์ ๔,
อินท๎ริยะปัญญัตติ, การบัญญัติธรรมที่เป็นใหญ่เรียกว่าอินทรีย์ มี ๒๒,
ปุคคะละปัญญัตติ, การบัญญัติจำพวกบุคคลของบุคคลทั้งหลาย,
กิตตาวะตา ปุคคะลานัง ปุคคะละปัญญัตติ, บุคคลบัญญัติของบุคคลมีเท่าไร,
สะมะยะวิมุตโต อะสะมะยะวิมุตโต, ผู้พ้นในกาลบางคราว, ผู้พ้นอย่างเด็ดขาด,
กุปปะธัมโม อะกุปปะธัมโม, ผู้มีธรรมที่กำเริบได้, ผู้มีธรรมที่กำเริบไม่ได้,
ปะริหานะธัมโม อะปะริหานะธัมโม, ผู้มีธรรมที่เสื่อมได้, ผู้มีธรรมที่เสื่อมไม่ได้,
เจตะนาภัพโพ อะนุรักขะนาภัพโพ, ผู้มีธรรมที่ควรแก่เจตนา, ผู้มีธรรมที่ควรแก่การรักษา,
ปุถุชชะโน โคต๎ระภู, ผู้เป็นปุถุชน, ผู้คร่อมโคตร,
ภะยูปะระโต อะภะยูปะระโต, ผู้เว้นชั่วเพราะกลัว, ผู้เว้นชั่วไม่ใช่เพราะกลัว,
ภัพพาคะมะโน อะภัพพาคะมะโน, ผู้ควรแก่มรรคผลนิพพาน, ผู้ไม่ควรแก่มรรคผลนิพพาน,
นิยะโต อะนิยะโต, ผู้เที่ยง, ผู้ไม่เที่ยง,
ปะฏิปันนะโก ผะเลฏฐิโต, ผู้ปฏิบัติอริยมรรค, ผู้ตั้งอยู่ในอริยผล,
อะระหา อะระหัตตายะ ปะฏิปันโน, ผู้เป็นพระอรหันต์, ผู้ปฏิบัติเพื่อเป็นพระอรหันต์
ปุคคะโล อุปะลัพภะติ สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ, ค้นหาบุคคลไม่ได้โดยปรมัตถ์, คือความหมายอันแท้จริงหรือ,
อามันตา, ถูกแล้ว,
โย สัจฉิกัตโถ ปะระมัตโถ, ตะโต โส ปุคคะโล อุปะลัพภะติ, สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ, ปรมัตถ์ คือความหมายอันแท้จริงอันใดมีอยู่, ค้นหาบุคคลนั้นไม่ได้โดยปรมัตถ์, คือความหมายอันแท้จริงอันนั้นหรือ ?
นะ เหวัง วัตตัพเพ, ท่านไม่ควรกล่าวอย่างนั้น,
อาชานาหิ นิคคะหัง หัญจิ ปุคคะโล อุปะลัพภะติ, สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนะ เตนะ วะตะ เร วัตตัพเพ, โย สัจฉิกัตโถ ปะระมัตโถ ตะโต โส ปุคคะโล อุปะลัพภะติ สัจฉิกัตถะปะระมัตเถนาติ มิจฉา, ท่านจงรู้นิคหะ (การข่ม ปราม) เถิด, ถ้าท่านค้นหาบุคคลไม่ได้โดยปรมัตถ์, คือโดยความหมายอันแท้จริงแล้ว, ท่านก็ควรกล่าวด้วยเหตุนั้นว่าปรมัตถ์, คือความหมายอันแท้จริงอันใดมีอยู่, เราค้นหาบุคคลนั้นไม่ได้โดยปรมัตถ์, คือโดยความหมายอันแท้จริงนั้น, คำตอบของท่านที่ว่าปรมัตถ์ คือความหมายอันแท้จริงอันใดมีอยู่, เราค้นหาบุคคลนั้นไม่ได้โดยปรมัตถ์, คือโดยความหมายอันแท้จริงอันนั้นจึงผิด,
เย เกจิ กุสะลา ธัมมา, ธรรมบางเหล่าเป็นกุศล,
สัพเพ เต กุสะละมูลา, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีกุศลเป็นมูล,
เย วา ปะนะ กุสะละมูลา, อีกอย่างหนึ่งธรรมเหล่าใด มีกุศลเป็นมูล,
สัพเพ เต ธัมมา กุสะลา, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดก็เป็นกุศล,
เย เกจิ กุสะลา ธัมมา, ธรรมบางเหล่าเป็นกุศล,
สัพเพ เต กะสุละมูเลนะ เอกะมูลา, ธรรมเหล่านั้น ทั้งหมดมีมูลอันเดียวกับธรรมที่มีกุศลเป็นมูล,
เย วา ปะนะ กุสะละมูเลนะ เอกะมูลา, อีกอย่างหนึ่งธรรมเหล่าใดมีมูลอันเดียวกับธรรมที่มีกุศล เป็นมูล,
สัพเพ เต ธัมมากุสะลา, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดเป็นกุศล
เหตุปัจจะโย, ธรรมที่มีเหตุเป็นปัจจัย,
อารัมมะณะปัจจะโย, ธรรมที่มีอารมณ์เป็นปัจจัย,
อะธิปะติปัจจะโย, ธรรมที่มีอธิบดีเป็นปัจจัย,
อะนันตะระปัจจะโย, ธรรมที่มีปัจจัยไม่มีอะไรคั่นในระหว่าง,
สะมะนันตะระปัจจะโย, ธรรมที่มีปัจจัยมีที่สุดเสมอกัน,
สะหะชาตะปัจจะโย, ธรรมที่เกิดพร้อมกับปัจจัย,
อัญญะมัญญะปัจจะโย, ธรรมที่เป็นปัจจัยของกันและกัน,
นิสสะยะปัจจะโย, ธรรมที่มีนิสัยเป็นปัจจัย,
อุปะนิสสะยะปัจจะโย, ธรรมที่มีอุปนิสัยเป็นปัจจัย,
ปุเรชาตะปัจจะโย, ธรรมที่มีการเกิดก่อนเป็นปัจจัย,
ปัจฉาชาตะปัจจะโย, ธรรมที่มีการเกิดภายหลังเป็นปัจจัย,
อาเสวะนะปัจจะโย, ธรรมที่มีการเสพเป็นปัจจัย,
กัมมะปัจจะโย, ธรรมที่มีกรรมเป็นปัจจัย,
วิปากะปัจจะโย, ธรรมที่มีวิบากเป็นปัจจัย,
อาหาระปัจจะโย, ธรรมที่มีอาหารเป็นปัจจัย,
อินท๎ริยะปัจจะโย, ธรรมที่มีอินทรีย์เป็นปัจจัย,
ฌานะปัจจะโย, ธรรมที่มีฌานเป็นปัจจัย,
มัคคะปัจจะโย, ธรรมที่มีมรรคเป็นปัจจัย,
สัมปะยุตตะปัจจะโย, ธรรมที่มีการประกอบเป็นปัจจัย,
วิปปะยุตตะปัจจะโย, ธรรมที่ไม่มีการประกอบเป็นปัจจัย,
อัตถิปัจจะโย, ธรรมที่มีปัจจัย,
นัตถิปัจจะโย, ธรรมที่ไม่มีปัจจัย,
วิคะตะปัจจะโย, ธรรมที่มีการอยู่ปราศจากเป็นปัจจัย,
อะวิคะตะปัจจะโย, ธรรมที่มีการอยู่ไม่ปราศจากเป็นปัจจัย
ฟังเสียงสวดมนต์ ดูบทสวดมนต์ ดาวน์โหลดเสียงสวดมนต์ mp3 บทสวดมนต์พิธีสำหรับชาวพุทธ
อัตถิ อุณหิสสะ วิชะโย ธัมโม โลเก อะนุตตะโร
สัพพะสัตตะหิตัตถายะ ตัง ตวัง คัณหาหิ เทวะเต
ปะริวัชเช ราชะทัณเฑ อะมะนุสเสหิ ปาวะเก
พะยัคเฆ นาเค วิเส ภูเต อะกาละมะระเณนะ วา
สัพพัสมา มะระณา มุตโต ฐะเปตวา กาละมาริตัง
ตัสเสวะ อานุภาเวนะ โหตุ เทโว สุขี สะทา
สุทธะสีลัง สะมาทายะ ธัมมัง สุจะริตัง จะเร
ตัสเสวะ อานุภาเวนะ โหตุ เทโว สุขี สะทา
ลิกขิตัง จินติตัง ปูชัง ธาระณัง วาจะนัง คะรุง
ปะเรสัง เทสะนัง สุตวา ตัสสะ อายุ ปะวัฑฒะตีติ
ฟังเสียงสวดมนต์ ดูบทสวดมนต์ ดาวน์โหลดเสียงสวดมนต์ mp3
ธมฺโม หเว รกฺขติ
อธมฺโม จ วินาโส ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ
พระพุทธองค์ ท่านทรงตรัสรู้ (ท่านทรงตรัสรู้)
เป็นสัพพัญญูตรัสสอนความจริง (ตรัสสอนความจริง)
ว่าธรรมมะย่อมชนะทุกสิ่ง เป็นที่พึ่งพิงแก่ผู้ประพฤติชอบธรรม
อธมฺโม จ วินาโส ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ
อำนาจใดใดก็ตาม ย่อมถึงความพินาศ ถ้าขาดธรรมะประจำ
ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า เราต่างเกิดมาใช้กรรม
จงอยู่ในศีลในธรรม คิดทำแต่กรรมที่ดี
อธมฺโม จ วินาโส ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ
ธรรมส่องสว่างสู่ทางสุขขี ค้ำจุนโลกนี้นิรันดร์
อธมฺโม จ วินาโส ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ
ฟังเสียงสวดมนต์ ดูบทสวดมนต์ ดาวน์โหลดเสียงสวดมนต์ mp3
กรวดน้ำแผ่ส่วนกุศล ทำนองเสนาะ
เสียงสวดทำนองเสนาะ อ.ศรีเพ็ญ ธรรมะ
บุญนี้ข้าทำ ขอเป็นข้าวน้ำ เครื่องทิพย์นานา
เป็นวิมานทอง เรืองรองโสภา กับทั้งนางฟ้า พันหนึ่งบริวาร
เครื่องทิพย์ครั้งนี้ ขอถึงชนนี บิดาอย่านาน
ถึงญาติทุกหมู่ ครูบาอาจารย์ พ้นทุกข์อย่านาน ได้วิมานทอง
ฝูงเปรตทั้งหลาย นรกอสุรกาย หมู่สัตว์ทั้งผอง
เต่า ปลา ปู หอย ใหญ่น้อยเนืองนอง จงตั้งใจปอง รับเอาส่วนบุญ
สัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ ตัวเรานี้ไซร้ ได้กระทำทารุณ
ด้วยกายวาจาใจ บาปได้ปองปุณ รับเอาส่วนบุญ อย่าเป็นเวรกรรม
อินทราเทวา ตราบทั้งพรหมา ท้าวเวสสุวรรณ พระภูมิเจ้าที่
พระอาทิตย์พระจันทร์ อังคารพุทธัญ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
เทพเจ้าทั้งหลาย ทั้งหญิงทั้งชาย สิบสองราศี
ตราบทั้งพระกาฬ จตุโลกบาลทั้งสี่ ครุฑานาคี กินรีกินนรา
เทพเจ้าทั้งหลาย ทั้งหญิงและชาย จงโมทนา
รับเอากุศล ผลบุญนี้หนา ทั้งพสุธา คงคาวารี
ชื่อว่าเข็ญใจ ขอจงอย่าได้ ไปบังเกิดมี
ความยากอย่าเห็น ขอให้เป็นเศรษฐี คฤหบดี มนตรี พระยา
คนพาลอย่าได้พบ ขอให้ประสบ คนมีปัญญา
เดชะกุศล ขอให้พ้นจตุรา ขอให้ตัวข้า พบพระศรีอาริย์
ได้ฟังคำสอน มีจิตใจโอนอ่อน สำเร็จอย่านาน
ลุถึงเมืองแก้ว กล่าวแล้วคือนิพพาน ดับชาติสังขาร จากโลกโลกีย์ ก็ขาดเทอญ ฯ
ฟังเสียงสวดมนต์ ดูบทสวดมนต์ ดาวน์โหลดเสียงสวดมนต์ mp3
พุทธมังคลคาถา นมัสการพระอรหันต์ ๘ ทิศ ทำนองสรภัญญะ
พุทธมังคลคาถา ของท่านสมเด็จพระพุฒาจารย์โต
พุทธมังคลคาถานี้ คือบทนมัสการพระอรหันต์โดยทิศทั้งแปด
พระอัญญาโกณฑัญญะ เอตทัคคะในทางรัตตัญญู
พระมหากัสสปเถระ เอตทัคคะในทางผู้ทรงธุดงค์
พระสารีบุตรเถระ (อัครสาวกฝ่ายขวา) เอตทัคคะในทางผู้มีปัญญา
พระอุบาลีเถระ เอตทัคคะในทางผู้ทรงพระวินัย
พระอานนท์เถระ เอตทัคคะในทางผู้เป็นพหูสูตร ผู้มีสติ ผู้มีคติ ผู้มีความเพียร และเป็นพุทธอุปัฏฐาก
พระมหาโมคคัลลานเถระ (อัครสาวกฝ่ายซ้าย) เอตทัคคะในทางผู้มีฤทธิ์
พระราหุลเถระ เอตทัคคะในทางผู้ใคร่ในการศึกษา
พุทธมังคลคาถานี้ คือบทนมัสการพระอรหันต์โดยทิศทั้งแปด
พระอัญญาโกณฑัญญะ เอตทัคคะในทางรัตตัญญู
พระมหากัสสปเถระ เอตทัคคะในทางผู้ทรงธุดงค์
พระสารีบุตรเถระ (อัครสาวกฝ่ายขวา) เอตทัคคะในทางผู้มีปัญญา
พระอุบาลีเถระ เอตทัคคะในทางผู้ทรงพระวินัย
พระอานนท์เถระ เอตทัคคะในทางผู้เป็นพหูสูตร ผู้มีสติ ผู้มีคติ ผู้มีความเพียร และเป็นพุทธอุปัฏฐาก
พระมหาโมคคัลลานเถระ (อัครสาวกฝ่ายซ้าย) เอตทัคคะในทางผู้มีฤทธิ์
พระราหุลเถระ เอตทัคคะในทางผู้ใคร่ในการศึกษา
สัมพุทโธ ทิปะทัง เสฏโฐ นิสินโน เจวะ มัชฌิเม
โกณฑัญโญ ปุพพะภาเค จะ อาคเณยเย จะ กัสสะโป
สารีปุตโต จะ ทักขิเณ หะระติเย อุปาลิ จะ
ปัจฉิมเมปิ จะ อานันโท พายัพเพ จะ คะวัมปะติ
โมคคัลลาโน จะ อุตตะเร อีสาเนปิ จะ ราหุโล
อิเม โข มังคะลา พุทธา สัพเพ อิธะ ปะติฏฐิตา
วันทิตา เต จะ อัมเหหิ สักกาเรหิ จะ ปูชิตา
เอเตสัง อานุภาเวนะ สัพพะโสตถี ภะวันตุ โน
อิจเจวะมัจจันตะนะมัสสะเนยยัง
นะมัสสะมาโน ระตะนัตตะยัง ยัง
ปุญญาภิสันทัง วิปุลัง อะลัตถัง
ตัสสานุภาเวนะ หะตันตะราโยฯ








